วิธีเลือกผ้าห่ม สำหรับนักเดินทาง

ผ้าห่ม (Blanket) ถือว่าเป็นอุปกรณ์เครื่องนอนที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักเดินทางที่ต้องนอนในที่โล่งแจ้ง เพราะอากาศในตอนกลางคืนมักจะหนาวเย็น และหากเราอดทนนอนโดยที่ไม่มีผ้าห่ม อาจจะทำให้เราเกิดอันตรายจากความหนาวเย็นก็เป็นได้ ก่อนจะเลือกผ้าห่มดีๆสักผืน ก่อนการเดินทางไปผจญภัยก็ต้องมาดูชนิดของผ้าห่มกันก่อน

ชนิดของผ้าห่ม (Types of Camping Blankets)
ผ้าห่มแบบพกพา (Pocket Blanket)

ผ้าห่มชนิดนี้จะมีน้ำหนักที่เบามากและสามารถพับเก็บในกระเป๋าเล็กๆได้ เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น ปีนเขา กางเต็นท์นอนในป่า ปิคนิค ฯลฯ

ผ้าห่มขนสัตว์ (Wool Blanket)
ผ้าห่มขนสัตว์ถือว่า นอนอบอุ่นแบบเป็นธรรมชาติ ผ่าห่มชนิดนี้จะเหมาะสำหรับพวกทหาร เพราะถึงแม้ว่าผ้าห่มจะเปียกแต่ก็ยังรักษาความอบอุ่นให้กับร่างกายได้ แต่สำหรับคนที่แพ้ขนสัตว์ก็คงต้องหาผ้าห่มแบบอื่นๆจะดีกว่า

ผ้าห่มฉุกเฉิน (Emergency Blanket)
ผ้าห่มชนิดนี้เรามักจะเห็นในภาพยนต์หรือในข่าวอุบัติเหตุในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ผ้าห่มฉุกเฉินจะมีหลายขนาด ทั้งขนาดที่ใหญ่มาก และบางขนาดเล็กมากจนสามารถพับใส่กระเป๋าเสื้อได้ ผ้าห่มชนิดนี้จะถูกผลิตมาเพื่อใช้งานไม่กี่ครั้งก่อนที่จะฉีกขาดและต้องทิ้งไป

ผ้าห่มร้อน (Hot Blanket or Thermal Blankets)
ผ้าห่มชนิดนี้จะมีความคล้ายคลึงกับผ้าห่มฉุกเฉิน แต่อายุการใช้งานจะนานกว่า และจะทนทานกว่าผ้าห่มฉุกเฉิน ผ้าห่มชนิดนี้จะให้ความร้อนที่สูงแต่ผิวสำผัสไม่ได้สบายเหมือนผ้าห่มแบบธรรมดาทั่วไป

วัสดุที่นำมาผลิดผ้าห่มสำหรับนักเดินทาง (Camping Blanket Materials)
ขนสัตว์แท้ๆ (100% Wool)
ขนสัตว์แท้ๆจะให้ความร้อนได้สูงที่สุดในบรรดาวัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด ผ้าห่มขนสัตว์ทำให้เกิดความอบอุ่นโดยการดักอากาศระหว่างเส้นใย ถึงแม้ว่าจะเปียกน้ำผ้าห่มชนิดนี้ก็ยังคงให้ความอบอุ่นได้เป็นอย่างดี ผ้าชนิดนี้ไม่ดูดซับความชื้นหรือนำเหมือนวัสดุชนิดอื่นๆ ผ้าห่มชนิดนี้ไม่ได้กันน้ำแต่ข้อดีของมันคือหากคุณจะต้องอยู่ในน้ำผ้าห่มชนิดนี้ก็ยังคงสร้างความอบอุ่นให้คุณได้ หากผ้าชนิดนี้เปียกน้ำคุณก็แค่บิดน้ำออก ประโยชน์อีกอย่างของขนสัตว์คือ มันทนไฟ ข้อเสียคือของผ้าห่มขนสัตว์คือ หากเปียกน้ำแล้วจะแห้งช้า และผู้ใช้มีโอกาศที่จะเกิดอาการแพ้ขนสัตว์ได้

ขนแกะ (Fleece)
วัสดุชนิดนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบขนสัตว์ เพราะสำหรับดักอากาศระหว่างเส้นใยของมัน ข้อแตกต่างที่สำคัญจากขนสัตว์แท้ๆ คือ ถ้าผ้าห่มชนิดนี้เปียกน้ำ สามารถบิดน้ำออกและแห้งได้อย่างรวดเร็ว และข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ มีน้ำหนักที่เบากว่าขนสัตว์ แต่ข้อเสียคือ วัสดุนี้ ไวไฟสูง ต้องเก็บให้ห่างจากไฟ

ผ้าฝ้าย (Cutton)
ผ้าฝ้ายให้ความรู้สึกที่สบาย แต่จะหนักเมื่อเปียก ถ้าผ้าฝ้ายเปียกก็จะกองกันเป็นกระจุกและอาจใช้เวลานานมากในการแห้ง ผ้าชนิดนี้ติดไฟได้ง่ายและไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับนักเดินทางที่ชอบตั้งแคมป์มากที่สุด การผสมผสานของผ้าฝ้ายกับผ้าใยสังเคราะห์ได้รับการพิสูจน์ว่าทำงานได้ดี โดยใช้ผ้าใยสังเคราะห์ หุ้มด้านนอกของผ่าห่ม และใช้ผ้าฝ้ายบุด้านใน


อะคริลิค (Acrylic)
อะคริลิค (Acrylics) เป็นเส้นใยสังเคราะห์ ที่มาจากการตัดเส้นใยและปั่นออกมาเป็นขน คล้ายขนสัตว์ ใยสังเคราะห์ชนิดนี้จะมีข้อดีคือ สามารถดูดความชื้นได้ดี เหมาะสำหรับกีฬา เพราะอะคริลิค (Acrylics) จะดึงเหงื่อออกจากผิวหนัง ทำให้ผิดหนังของคุณแห้งและระเหยออกไปได้อย่างรวดเร็ว เส้นใยชนิดนี้เป็นวัสดุที่ไวไฟมาก ดังนั้นควรระมัดระวังในการใช้ ห้ามอยู่ใกล้ไฟ

โพลีแอสเตอร์ (Polyester)
โพลีแอสเตอร์ (Polyester) เป็นเส้นใยสังเคราะห์ที่ไม่ติดไฟมีความสามารถหดตัวหากสัมผัสกับความร้อนสูง เพราะฉนั้นหากคุณทิ้งผ้าห่มโพลีแอสเตอร์ไว้ในเครื่องอบผ้านานๆ ก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก โพลีเอสเตอร์เป็นผ้าที่อบอุ่นและน้ำหนักเบา เส้นใยสังเคราะห์นี้ยังช่วยขจัดคราบสกปรกจากผิวและรักษาสมบัติของฉนวนเมื่อเปียกอีกด้วย

ไนลอน (Nylon)
ไนลอนเป็นเส้นใยที่แข็งแรงและมีความยืดหยุ่นสูง เป็นเส้นใยสังเคราะห์ชนิดแรกที่นำมาใช้ในเสื้อผ้าและเครื่องตกแต่งหลายประเภท ไนลอนค่อนข้างทนความร้อนได้ แต่สามารถละลายได้หากสัมผัสกับความร้อนโดยตรง ไนลอนสามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าได้ แต่ควรแขวนไว้ให้แห้งหรือหากต้องใช้เครื่องอบผ้า ก็ควรใช้ความร้อนที่ต่ำ เพราะหากคุณใช้ความร้อนที่สูงผ้าอาจจะหดตัว และข้อดีอีกอย่างของไนลอนคือ กันน้ำได้ดี

ผ้าไนลอน ทอแบบ Ripstop (Nylon Ripstop )
Ripstop คือการทอผ้าแบบเป็นตารางเล็กๆ หรือ เรียกว่า Ripstop มีคุณสมบัติทนต่อการฉีกขาด หรือ หากขาดจะขาดเพียงจุดเล็กๆแตะจะไม่ฉีกไปบริเวณอื่น ด้วยการถักทอแบบ Ripstop จึงทำให้ผ้าที่ได้มีน้ำหนักเบา ทำความสะอาดง่าย และทนมากเป็นพิเศษ

Mylar
Mylar เป็นวัสดุอลูมิเนียมสังเคราะห์ หน้าตาเหมือน แผ่นฟอยล์ มีน้ำหนักที่เบาที่สุด และวัสดุชนิดนี้สามารถช่วยชีวิตคุณได้ วัสดุชนิดนี้กันน้ำได้ แต่ไม่ได้ให้สัมผัสที่นุ่มหรือสบายเหมือนผ้าชนิดอื่นๆ ในระหว่างที่มีการใช้งานวัสดุนี้จะมีเสียงดังกร๊อบแกร๊บและฉีดขาดง่าย ควรเลือกใช้วัสดุนี้ เป็นตัวเลือกท้ายๆ เพราะตัวเลือกอื่นๆจะมีข้อดีมากกว่า

ปัจจัยเรื่องสภาพอากาศ (Weather)
สำหรับการตั้งแคมป์ หรือต้องพักแรมในที่โล่งแจ้ง สภาพอากาศเป็นส่วนสำคัญในการเลือกผ้าห่ม หากอยู่ในที่ ที่หนาวเย็นก็ต้องเลือกผ้าห่มที่ให้ความอบอุ่นที่มาก หากอยู่ในสภาพอาหารที่อบอุ่นไม่ได้หนาวมากก็ต้องเลือกผ้าห่มที่ไม่ได้ทำให้เราห่มแล้วร้อนจนนอนไม่ได้ หากในค่ำคืนนั้นๆ มีลมแรงหรือ ฝนตก ตัวคุณเองก็ต้องเป็นคนเลือกและตัดสินใจเองว่า ผ้าห่มชนิดใดที่เหมาะสมที่สุด

ความร้อน : ความร้อนขนาดไหนที่เราต้องเจอ ? ถ้าอากาศด้านนอกร้อน เรายังจำเป็นต้องห่มผ้า ? จริงๆแล้วผ้าห่มไม่ได้ช่วยให้เราอบอุ่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยป้องกันลมและแมลง ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยในขณะที่เรานอนหลับอยู่ และในขณะที่เราหลับอยู่มีเหงื่อออก ผ้าห่มก็จะคอยเป็นตัวซับเหงื่อ ทำให้เรารู้สึกแห้งสบาย



ความเย็น - อากาศที่หนาวเย็นทำให้ร่างกายรู้สึกต่อต้าน มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเลยที่เป็น hypothermia คือ ร่างกายสูญเสียเหงื่อเป็นจำนวนมากในที่ที่มีอากาศเย็นจัด สิ่งที่ดีที่สุดหากคุณต้องเผชิญหน้ากับ ภาวะ hypothermia คือ ถอดเสื้อผ้า หรือสิ่งปกคลุมร่างกายออก แล้วให้เหงื่อค่อยๆ แห้งไป เพราะฉนั้นหากคุณต้องอยู่ในที่ ที่มีอากาศที่เย็นจัด ควรเลือกผ้าห่มที่เหมาะสม คือ ไม่ทำให้เราอุ่นมากจนร้อนถึงขึ้นมีเหงื่อออก

ลม - ลมแรงสามารถทำให้ผิวแห้งหรือทำให้อุณหภูมิลดลง การมีผ้าห่มจะช่วยปกป้องคุณให้อบอุ่นตลอดทั้งคืน

ฝนตก - หากคุณจะต้องนอนตากฝนเป็นเวลานานๆ ร่างกายเราไม่สามารถทนต่อความเปียกแฉะได้เป็นเวลานานๆ ดังนั้นคุณจึงต้องเลือกผ้าห่มที่เหมาะสม ที่สามารถป้องกันน้ำได้