วิธีเลือกถุงนอน สำหรับนักเดินทาง

หากคุณเลือกที่จะต้องนอนตากน้ำค้างท่ามกลางหมู่ดาวแล้วล่ะก็... คุณก็ต้องใช้เวลาในการเลือกถุงนอนดีๆ สักอัน เพราะหากคุณตัดสินใจเลือกผิด ค่ำคืนนั้นๆของคุณอาจจะต้องนอนหนาวสั่น และตื่นมาพร้อมกับ ความเจ็บป่วยก็เป็นได้ ก่อนที่จะเลือกถุงนอน (Sleeping Bag) สักอันก็ต้องมีความรู้เรื่องถุงนอนสักนิดว่า มันทำงานยังไง ทำไม ถึงต้องเป็นถุงนอน?

การทำงานง่ายๆของถุงนอนคือ หลังจากที่เราสวมถุงนอนเข้ากับตัวแล้ว รูดซิปปิด อากาศที่อยู่ภายในถุงนอนจะหยุดนิ่ง ไม่มีการไหลเวียน หลังจากนั้นความร้อนภายในรางกายเราก็จะแผ่ออกมาเรื่อยๆ จึงทำให้อากาศที่ไม่ไหลเวียนนั้นๆ อุ่นขึ้น ร้อนขึ้น และถุงนอนนั่นเอง เป็นตัวแปรสำคัญในการปิดกั้นไม่ให้ความเย็นจากพื้นที่เรานอน แผ่เข้ามาถึงร่างกายเราได้ จึงทำให้เราสามารถนอนหลับได้อย่างอบอุ่น ตลอดทั้งคืนด้วยความร้อนที่มาจากตัวเรานั่นเอง

การเลือกถุงนอน จากรูปทรง ( Sleeping Bag Shape)

เนื่องจากถุงนอนมีหลากหลายรูปทรง จึงต้องมาดูแต่ละรูปทรงว่าแต่งต่างกันอย่างไร และ รูปทรงไหนที่น่าจะเหมาะกับเรามากที่สุด ไม่ว่าคุณจะเลือกรูปทรงของถุงนอนแบบไหน ก็ควรเลือกถุงนอนที่ใหญ่และคลุมร่างกายเราได้ทุกส่วน ไม่ควรเลือกที่เล็กและสั้นกว่าตัวเรา และควรเลือกถุงนอนที่มีหมวก เพื่อช่วยรักษาความร้อนที่ไหล่คอ และศีรษะของเรา

ถุงนอนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (Rectangular)
เป็นถุงนอนรูปทรงมาตรฐาน ที่สามารถเห็นได้ทั่วๆ ไป ตามท้องตลาด ถุงนอนรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยทั่วไปจะมีราคาที่ถูก แต่มีน้ำหนักที่ค่อนของสูง จึงไม่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินเท้าในระยะทางที่ไกลๆ แต่จะเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ท่องเที่ยวด้วยการขับรถไปถึงจุดมุ่งหมายก็ตั้งแค้มป์ เป็นต้น ถุงนอนรูปทรงนี้ผู้นอนสามารถขยับขาไปมาได้สะดวกสบาย ขึ้นอยู่กับความกว้างของถุงนอนในแต่ละรุ่น ควรเลือกซื้อที่มีหมวกฮู้ด และซิปสองด้าน เนื่องจากถุงนอนนี้ออกแบบมาเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้ถุงนอนสามารถรูดซิป แผ่ออกมาได้ รองนอนได้ เป็นผ้าห่มได้ หรือแม้กระทั้ง เชื่อมต่อ ถุงนอน 2 ถุงด้วยซิป (ซิปต้องมีขนาดที่เท่ากัน) และทำให้นอนในถุงนอนได้ 2 คนอีกด้วย

ถุงนอนรูปร่างมัมมี่ (Mummy)
ถุงนอนรูปทรงนี้ได้ออกแบบให้มีรูปร่างเหมือนมัมมี่อียิปต์โบราณ คือจะมี ลักษณะ กว้างทั่วหน้าอกแล้วลดความกว้างลงไปและแคบที่ปลายเท้า จะเห็นได้ว่าช่วงสะโพกที่คอดและขาที่เล็ก ทำให้พื้นที่ภายในถุงนอนมีน้อยลง (น้อยกว่า ถุงนอนทรงสี่่เหลี่ยมผืนผ้า) ทำให้ถุงนอนสามารถเก็บความร้อนได้มากและยาวนานขึ้น ถุงนอนรูปมัมมี่จึงเหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องเดินเท้าเป็นระยะทางไกลๆ เพราะถุงนอนจะมีน้ำหนักที่เบา

ถุงนอนรูปร่างผสมผสาน ระหว่างทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และ รูปทรงมัมมี่ (Barrel Sleeping Bags)
เนื่องจากถุงนอนรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีพื้นที่ภายในถุงนอนมากกว่าถุงนอนรูปทรงมัมมี่ แต่ถุงนอนมัมมี่เก็บความร้อนภายในถุงนอนได้ดีกว่า อุ่นกว่า ถุงนอนแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า จึงมีคนออกแบบถุงนอนกึ่งสี่เหลี่ยมผืนผ้า และ รูปทรงมัมมี่ คือ ทำให้ถุงนอนมีพื้นที่ด้านในกว้างขึ้นจากรูปทรงมัมมี่เดิม และ สามารถเก็บความร้อนได้ดีกว่ารูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า นั่นเอง ถุงนอนรูปทรงนี้เหมาะสำหรับนักเดินทางทั้งสองแบบเดินทางด้วยเท้าและใช้รถยนต์ เพราะมีน้ำหนักที่ไม่มาก

ถุงนอนสำหรับ 2 คน (Double-wide)
ถุงนอนแบบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สามารถเชื่อมถุงนอน 2 ถุงได้ และสามารถนอนได้ 2 คน แต่คุณจะต้องลำบากแบกถุงนอน 2 ถุงในการเดินทาง แต่หากคุณไม่อยากลำบากต้องเลือกซื้อถุงนอน 2 ถุง ที่มีซิปเชื่อมต่อกันได้ ก็ควรเลือกถุงนอนแบบ Double-wide หรือถุงนอนสำหรับนอน 2 คนไปเลย แค่นี้คุณและคู่เดินทางของคุณก็สามารถเดินทางด้วย ถุงนอนเพียงอันเดียวและสามารถนอนได้ 2 คน

การเลือกถุงนอนจากประเภทของฉนวนกันความร้อน (Sleeping Bag Insulution Types)

ฉนวนกันความร้อนในถุงนอนไม่ได้เป็นตัวสร้างความอบอุ่นใดๆ ให้กับถุงนอน แต่การทำงานของมันคือ มันทำงานโดยการลดปริมาณความร้อนที่ร่างกายของเราจะสูญเสียไปในขณะที่เรากำลังนอนหลับ ฉนวนกันความร้อนที่ใช้มักใช้กันทั่วไปมี 2 ประเภท คือ Down Insulation และ Synthetic Insulation

Down Insulation (ขนห่าน และ ขนเป็ด)
Down เป็นฉนวนกันความร้อนที่โดดเด่นในด้านของน้ำหนัก คือจะมีน้ำหนักที่เบาบาง ง่ายต่อการบีบอัด มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และ ระบายอากาศได้ยอดเยี่ยม Down จะเหมาะกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นแห้งแล้ง Down จะมีราคาที่แพงกว่าแบบ Synthetic

ขนห่าน และ ขนเป็ด : ในขณะที่ขนห่านใน Downได้รับการพิจารณาว่า สามารถทำคะแนน fill-power ratting ได้ถึง 900 หรืออาจจะมากกว่านั้น (Fill-Power Ratting เป็นระบบการให้คะแนนสำหรับขนห่านและขนเป็ด วิธีให้คะแนนดูค่อนข้างซับซ้อน อาจจะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ) แต่ ขนเป็ด จะถูกเลือกใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตถุงนอนและเสื้อแจ๊คเกตเป็นส่วนใหญ่ ก็เพราะว่า มีผลพลอยได้มาจาก มีผู้บริโภคเป็ดมากกว่าห่านนั่นเอง จึงทำให้ Down ขนเป็ดมีราคาไม่แพง

จริยธรรมในการผลิต Down : อันเนื่องมาจาก Down ผลิตมาจากขนห่าน และขนเป็ด เพราะฉนั้นผู้ผลิตจึงต้องให้ความใส่ใจเรื่องวัตถุดิบที่นำมาใช้ด้วยว่า ห่านและเป็ดพวกนั้นได้ถูกเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ไม่ได้ถูกทรมานในที่แคบๆ หรือบังคับให้กินเพื่อเร่งการเติบโต และต้องเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูแบบเป็นธรรมชาติ คือ ปล่อยให้อยู่ในที่โล่งแจ้ง เป็นต้น

การกันน้ำของ Down (Water Resistant Down)
ถ้า Down โดนน้ำก็จะกลายเป็นก้อนเปียกแฉะ และสูญเสียความสามารถในการเก็บความร้อน จึงทำให้ถุงนอนส่วนใหญ่มีการเพิ่มโปรแกรมป้องกันน้ำในระดับจุลภาค มักถูกเรียกว่า "Hydrophobic" Down

การทดสอบบางอย่างแสดงให้เห็นว่า Down ที่ผ่านโปรแกรมป้องกันน้ำ จะแห้งเร็วกว่า อันที่ไม่ผ่านโปรแกรมนี้ อย่างไรก็ตาม สรุปง่ายๆ คือ Down ไม่การันตีเรื่องการกันน้ำ หากคุณต้องเจอฝนหรือนอนในที่เปียก ถุงนอนของคุณก็จะเปียกนั่นเอง

Synthetic Insulation (ฉนวนกันความร้อนแบบสังเคราะห์)
โดยปกติจะเป็นโพลีแอสเตอร์ชนิดหนึ่ง มีราคาถูกกว่า Down และแห้งเร็วกว่า ฉนวนกันความร้อนสังเคราะห์นี้ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ ต่างจากที่ทำมาจากขนสัตว์ และทำงานได้อย่างดีเยี่ยมในขณะที่อยู่ในที่ ที่เปีอก ฉนวนกันความร้อนชนิดนี้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสภาพอากาศที่ชื้น และเหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการประหยัดงบประมาณ

ข้อเสียของ Synthetic คือ ให้ความอบอุ่นได้น้อยกว่า Down ถ้าเปรียบเทียบในเรื่องของน้ำหนัก และทุกๆ ครั้งที่ต้องบีบ อัด ยัด ถุงนอนประเภทนี้จะค่อยๆสูญเสียการเก็บความร้อนไปเรื่อยๆ

บางคนบอกว่า Synthetic ให้ความรู้สักสัมผัสที่นุ่มและกระชับตัวมากกว่า แบบ Down บางคนบอกว่า Synthetic จะให้ความรู้สึกสัมผัสที่แข็ง แต่ทนทานกว่า Down คือต่างคน ต่างความรู้สึก เพราะฉนั้นหากคุณต้องเลือกถุงนอนสักอัน ควรไปเลือกและสัมผัสเองที่ร้านจะดีที่สุด

ประเภทของฉนวนกันความร้อนข้อดี
Downน้ำหนักเบา
ทนต่อการบีบอัดได้ดี
อายุการใช้งานยาวนาน
ใช้ได้ดีในสภาพอากาศหนาว และ แห้ง
SyntheticQuick-drying แห้งเร็ว
ป้องกันน้ำ
ไม่มีอาการแพ้


การผสมผสาร ฉนวนกันความร้อนทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน (Down/Synthetic Combination)
บางถุงนอนได้ดึงเอาส่วนที่ดีของ ฉนวนกันความร้อนทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถดึงเอาข้อดี และ ชดเชยข้อเสียของฉนวนทั้งสองแบบ คือ ใช้ ฉนวนแบบ Down ใส่ไว้ด้านบน และ แบบ Synthetic บุไว้ด้านล่าง


การเลือกถุงนอน โดยดูจากตัวเลขของอุณหภูมิที่เหมาะสม (Temperature Rating)

ผู้ผลิตถุงนอนในยุโรป จะส่งถุงนอนไปทดสอบมาตรฐานยุโรป EN13537 ซึ่งมาตรฐานยุโรปนี้ได้รับการยอมรับจาก สมาคม European Normalization (CEN) ในปี 2545 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาถุงนอนทั้งหมดที่วางขายในยุโรปจะต้องได้รับการ รับรองมาตรฐานนี้ หากคุณซื้อถุงนอนที่ผลิตจากประเทศในแถบยุโรปก็จะเห็นเครื่องหมาย EN13537 ปรากฏอยู่เสมอ แต่ปัญหาคือ อุณหภูมิที่กำหนดโดยผู้ผลิต จะมาจากดุลพินิจมากกว่าความเป็นจริง เพราะฉนั้นถุงนอนแต่ละถุงจะอุ่นหรือไม่อุ่นนั้น ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของแต่ละคนมากกว่า (บางคนขี้หนาว บางคนขี้ร้อน) เพราะฉนั้นเราควรใช้ Temperature Rating เป็นแนวทางในการกะค่าของอุณหภูมิเท่านั้น ไม่ใช่ค่าอุณหภูมิที่เชื่อถือได้ 100%

หน้าตาของ Temperature Rating จะแตกต่างกันออกไป เช่น บางรุ่นจะมี Temperature Rating แบบสามสี คือสีเขียว, สีเหลือง และ สีเแดง บางยี่ห้ออาจจะไม่ได้ใช้ 3 สีนี้ เพราะฉนั้นให้เลือกดูที่ Comfort Range, Transition Range และ Risk Range เป็นหลัก

Comfort Range : อุณหภูมิปกติ ที่คนทั่วไปอยู่ได้แบบสบาย ไม่รู้สึกหนาว
Transition Range : อุณหภูมิที่เย็น ร่างกายเริ่มต่อต้านกับความหนาวเย็น เช่นมีการนอนขดตัว
Risk Range: อุณหภูมิที่เย็นขั้นวิกฤต คือร่างกายไม่สามารถทนต่อความหนาวเย็นนั้นได้ หากต้องใช้ถุงนอนในช่วงของอุณหภูมินี้ต้องระวัง เพราะอุณหภูมิ ภายในถุงนอน และนอกถุงนอน มีความต่างกันมาก ร่างการอาจเสี่ยงต่อการสูญเสียความร้อน (Hypothermia)